สวัสดีอีกครั้ง ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ท่านให้ความสนในอ่านบทความแรกของผม หรือบางท่านอาจจะข้ามเข้ามาอ่านบทความนี้เลย ก็ไม่ว่ากันครับ ของให้ผลสรุป ทุกคนไปถึงจุดหมายปลายทางของตัวเองเท่านั้นก็พอ
ขอเป็นฟันเฟืองตัวเล็ก ตัวหนึ่ง เพื่อขับเคลื่อนให้ผู้อ่านทุกคนไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ คิดในใจเสมอว่า "ผมทำได้คุณก็ทำได้" เล็งเป้าหมายไว้ให้ดีแล้วเราจะพุ่งไปสู่จุดนั้นด้วยกัน
สำหรับหลายๆท่านที่ไม่ได้ติดตามบทความแรกนะครับ ผมได้ตั้งคำถามไว้ว่า ทำไมต้อง Amazon.com ในเมื่อมีเวปไซต์ขายของจำนวนมากมายมหาศาลที่อยู่บนโลกนี้ นั่นน่ะสิ เรามาดูกันว่าเพราะทำไม?
Amazon เป็นเว็บไซต์ที่ที่โด่งดังและใหญ่มากติดอันดับต้นๆของเว็บไซต์โลกเลยทีเดียว ( อยู่ประมาณอันดับที่ 27 ของโลก) มีชื่อเสียงทางด้านขายหนังสือ ขาย DVD หนัง ดังนั้นคนทั่วโลกจะรู้จักกันดี ว่า เว็บ Amazon ขายหนังสือ
แต่ปัจจุบัน Amazon ได้ขายของทุกอย่าง มีทุกหมวดหมู่ของสินค้า นอกจากนั้น Amazon ยังสามารถให้เรามีโอกาส สร้างรายได้ โดยการเป็นพันธมิตร Affiliate ให้คนอื่นไห้เข้ามาซื้อสินค้าในเว็บ Amazon และเมื่อมีคนมาซื้อสินค้าโดยผ่านการแนะนำมาจากเรา เราก็จะได้ผลตอบแทน (Commission) 4 %-10% เนื่องจากว่าชื่อเสียง Amazon โด่งดัง ดังนั้นการขายสินค้าของ Amazon ก็จะขายได้ง่าย เพราะว่ามีความน่าเชื่อถือสูง
ด้วยเหตุนี้เองคุณคงเข้าใจแล้วสิว่า ทำไมต้องเจาะจงเป็นพันธมิตรกับ อเมซอน ด้วยปัจจัยหลักๆหลายประการผมจะสรุปคร่าวๆให้ผู้อ่านได้ใช้วิจารณญาณ วิเคราะห์ดูเอง ดังนี้
1. เวปไซต้ Amazon เปิดมานานมีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย
2. สินค้ามีครบทุกหมวดหมู่ให้เลือกสรร อาทิเช่น Books, Music, CDs, DVDs, Videos, Electronics, Video
Games, Computers, Cell Phones, Toys, Games, Apparel, Accessories, Shoes,
Jewelry, Watches, Office Products, Sports Outdoors, Sporting Goods,
Baby Products, Health, Personal Care, Beauty, Home, Garden, Bed Bath,
Furniture, Tools, Hardware, Vacuums, Outdoor Living, Automotive Parts,
Pet Supplies, Broadband, DSL
3. สินค้าบางประเภทราคาถูกเพราะมีการจัดรายการโปรโมชั่นอยู่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับเป็นแรงจูงใจให้ทำการตลาด เพราะจะได้ขายง่ายขึ้น มีคนซื้อมากขึ้น
4. ส่งสินค้าทั่วโลก ตามเงื่อนไขที่ทาง Amazon จัดไว้ให้
5. ทำง่าย รายได้ดี ฟรี มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกเพียบ
แล้วอย่างนี้คุณคิดว่าอยากจะลองดูสักตั้งไหม ไม่มีอะไรที่ทำไปแล้วสูญเปล่า เมื่อโอกาสมาถึงจงรับเอาไว้ เริ่มต้นไวได้ไว เริ่มต้นช้า ได้ช้า มันเป็นสัจธรรม เพราะการเป็นพันธมิตร กับ Amazon ต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควร เป็นไปตามกลไกของระบบเราจะเร่งเกินไปก็ไม่ได้ เพราะอะไรและทำไมติดตามในบทความหน้าครับ ผมจะอธิบายรายละเอียดถึงแผนงานต่างๆ ที่คุณต้องทำเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ว่างไว้ สำหรับมือใหม่ทุกๆ ท่าน เป้าหมายก็คือ "ตีไข่แตก"
แต่สำหรับมือเก๋า จะเก็บเอาประสบการณ์ของผมไปพัฒนาต่อยอดก็ไม่ว่ากันครับ
ขอบคุณที่ติดตาม บทความหน้า เริ่มต้นทำ Amazon อย่างเป็นระบบ ทำอย่างไร?
อย่าลืมติดตามนะครับ
สร้างรายได้ไร้ขีดจำกัด ด้วย Amazon Affiliate เวปไซต้ขายสินค้าที่ดีที่สุดในโลก
Sep 22, 2013
Sep 21, 2013
ทำความรู้จักกับ Amazon ป่าเงินล้านขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
สวัสดีครับนักท่องเวปหาเงินทุกคน ก่อนเดินเข้าป่า อเมซอน จะไม่พูดถึงประวัติสักหน่อยก็คงไม่ได้ครับ เอาคร่าวๆ ก็คือ amazon เป็นเวปไซต์ขายของที่จะว่าใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ซึ่งแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักสำหรับนักช้อปปิ้งออนไลน์ทั้งหลาย และชื่อ amazon.com ก็เป็นแบรนด์ที่ติดตลาด สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์เป็นอย่างมาก บางคนจะซื้อสินค้าออนไลน์ ตัดสินใจยาก เพราะกลัวว่าซื้อสินค้าแล้ว ชำระเงินไปแล้ว จะได้ของเมื่อไหร่ ได้แน่นอนไหม เขาจะหลอกเราหรือเปล่าว ซึ่งก็มีหลายคนโดนหลอก สูญเงินไปไม่ใช่น้อย เพราะในโลกไซเบอ เทคโนโลยีก้าวหน้า ก็ทำให้เหล่าอาชญากร หันมาเอาดีทางด้านนี้ด้วยจำนวนมาก เพราะการติดตามและจับกุมแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเราไม่ทราบ ตัวตน และที่อยู่ที่แท้จริงของผู้กระทำผิด
เอาล่ะ มาต่อกันที่ว่า ประวัติของ amazon.com นั้นเป็นมาอย่างไร ทำไมต้อง อเมซอน (Amazon) ในเมื่อมีเวปไซต์ขายของเยอะแยะนับไม่ถ้วน
ประวัติของ Amazon
amazon.com เป็นร้านขายหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Amazon ได้กลายเป็นชื่อที่ทุกคนในวงการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รู้จักกันเป็นอย่างดี Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดของบริษัทได้กลายเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ ต้องการเอาดีในธุรกิจอินเตอร์เน็ต และจากการสำรวจของ Forbes ได้จัดอันดับให้ Jeff Bezos ติดอันดับคนที่รวยที่สุดในอเมริกาอันดับที่ 42 โดยมีทรัพย์สิน 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Amazon เริ่มเปิดดำเนินการในเดือนกรกฎาคมปี 1995 โดยเริ่มจากการขายหนังสือผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทันทีที่เปิดร้าน Amazon ประชาสัมพันธ์ตัวเองว่าเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีหนังสือให้เลือกซื้อได้ถึงกว่าล้านเล่ม การขายหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ตทำให้ Amazon ไม่จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องพนักงานขายและร้านค้า และสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วจนในเดือนเมษายนปี 2000 Amazon มีลูกค้ารวม 20 ล้านคนจากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก
ต่อมา Amazon ได้เริ่มขยายตัวไปยังธุรกิจประเภทอื่น ๆ โดยเปิดขายสินค้าประเภทดนตรี: CD ในเดือนมิถุนายนปี 1998 เปิดขายวิดีโอและของขวัญในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ในปี 1999 Amazon ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อไป โดยเปิดการประมูลสินค้าระหว่างบุคคล และให้ผู้ค้าปลีกรายย่อยสามารถมาตั้งร้านภายใน Amazon ได้โดยใช้ชื่อว่า zShops พร้อมกับเพิ่มสินค้าชนิดต่าง ๆ เข้าไปมากมาย จนปัจจุบัน Amazon ใช้สโลแกนว่า ™ ประเภทของสินค้าที่ Amazon ขายในปัจจุบันมีดังนี้ หนังสือ CD เพลง DVD วิดีโอ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ของเล่น วิดีโอเกมส์ สินค้าสุขภาพและความงาม ศิลปะและของสะสม เครื่องครัว อุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสวน เครื่องมือที่ใช้ในบ้าน และยังมีร้าน zShops ซึ่งมีผู้จำหน่ายรายย่อยเข้าร่วมจำนวนมากและมีสินค้าที่ขายอยู่อย่างหลาก หลาย พร้อมกับส่วนการประมูลหรือ Auction ซึ่งทำให้บุคคลธรรมดาสามารถนำสิ่งของของตนไปประมูลขายหรือหาซื้อสินค้าจาก ผู้อื่นได้
บริษัทมีรายชื่อหนังสือ เพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น เกมส์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขายรวมกันมากกว่า 1.8หมื่นล้านรายการ Amazon ยังขยายธุรกิจไปในต่างประเทศอีก 6 ประเทศ คือ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน แคนาดา
ในปี 1999 บริษัทมีลูกค้ามากกว่า 17 ล้านรายกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ประเทศ และมีรายได้จากการประกอบธุรกิจถึง 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 1998และ 1997 ตามลำดับ
สินค้าของ Amazon ที่มีการซื้อขายมาก ได้แก่ หนังสือ ซีดีเพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ตุ๊กตา ของเล่น ของที่ระลึก เครื่องแก้ว เครื่องประดับ และอื่นๆ
เมื่อทราบถึงประวัติแล้ว คุณๆทั้งหลายคงอาจจะมีคำถามในใจว่า ทำไมต้อง amazon เพื่อให้ได้คำตอบ ติดตามหัวข้อถัดไปได้เลยครับ ทำไมต้อง amazon.com
ขอบคุณที่เสียสละเวลาอ่านครับ
เอาล่ะ มาต่อกันที่ว่า ประวัติของ amazon.com นั้นเป็นมาอย่างไร ทำไมต้อง อเมซอน (Amazon) ในเมื่อมีเวปไซต์ขายของเยอะแยะนับไม่ถ้วน
ประวัติของ Amazon
amazon.com เป็นร้านขายหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Amazon ได้กลายเป็นชื่อที่ทุกคนในวงการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รู้จักกันเป็นอย่างดี Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดของบริษัทได้กลายเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ ต้องการเอาดีในธุรกิจอินเตอร์เน็ต และจากการสำรวจของ Forbes ได้จัดอันดับให้ Jeff Bezos ติดอันดับคนที่รวยที่สุดในอเมริกาอันดับที่ 42 โดยมีทรัพย์สิน 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Amazon เริ่มเปิดดำเนินการในเดือนกรกฎาคมปี 1995 โดยเริ่มจากการขายหนังสือผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทันทีที่เปิดร้าน Amazon ประชาสัมพันธ์ตัวเองว่าเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีหนังสือให้เลือกซื้อได้ถึงกว่าล้านเล่ม การขายหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ตทำให้ Amazon ไม่จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องพนักงานขายและร้านค้า และสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วจนในเดือนเมษายนปี 2000 Amazon มีลูกค้ารวม 20 ล้านคนจากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก
ต่อมา Amazon ได้เริ่มขยายตัวไปยังธุรกิจประเภทอื่น ๆ โดยเปิดขายสินค้าประเภทดนตรี: CD ในเดือนมิถุนายนปี 1998 เปิดขายวิดีโอและของขวัญในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ในปี 1999 Amazon ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อไป โดยเปิดการประมูลสินค้าระหว่างบุคคล และให้ผู้ค้าปลีกรายย่อยสามารถมาตั้งร้านภายใน Amazon ได้โดยใช้ชื่อว่า zShops พร้อมกับเพิ่มสินค้าชนิดต่าง ๆ เข้าไปมากมาย จนปัจจุบัน Amazon ใช้สโลแกนว่า ™ ประเภทของสินค้าที่ Amazon ขายในปัจจุบันมีดังนี้ หนังสือ CD เพลง DVD วิดีโอ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ของเล่น วิดีโอเกมส์ สินค้าสุขภาพและความงาม ศิลปะและของสะสม เครื่องครัว อุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสวน เครื่องมือที่ใช้ในบ้าน และยังมีร้าน zShops ซึ่งมีผู้จำหน่ายรายย่อยเข้าร่วมจำนวนมากและมีสินค้าที่ขายอยู่อย่างหลาก หลาย พร้อมกับส่วนการประมูลหรือ Auction ซึ่งทำให้บุคคลธรรมดาสามารถนำสิ่งของของตนไปประมูลขายหรือหาซื้อสินค้าจาก ผู้อื่นได้
บริษัทมีรายชื่อหนังสือ เพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น เกมส์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขายรวมกันมากกว่า 1.8หมื่นล้านรายการ Amazon ยังขยายธุรกิจไปในต่างประเทศอีก 6 ประเทศ คือ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน แคนาดา
ในปี 1999 บริษัทมีลูกค้ามากกว่า 17 ล้านรายกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ประเทศ และมีรายได้จากการประกอบธุรกิจถึง 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 1998และ 1997 ตามลำดับ
สินค้าของ Amazon ที่มีการซื้อขายมาก ได้แก่ หนังสือ ซีดีเพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ตุ๊กตา ของเล่น ของที่ระลึก เครื่องแก้ว เครื่องประดับ และอื่นๆ
เมื่อทราบถึงประวัติแล้ว คุณๆทั้งหลายคงอาจจะมีคำถามในใจว่า ทำไมต้อง amazon เพื่อให้ได้คำตอบ ติดตามหัวข้อถัดไปได้เลยครับ ทำไมต้อง amazon.com
ขอบคุณที่เสียสละเวลาอ่านครับ
Subscribe to:
Posts (Atom)